วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดบทที่ 3

แบบฝึกหัดบทที่ 3
1 วัตถุประสงค์ของการวางแผนระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ คืออะไร
ตอบ การวางแผนเชิงกลยุทธ์  ก็เพื่อนำมาใช้สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน และทราบถึงระบบสารสนเทศที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาตามลำดับก่อน หลัง โดยมีการกำหนดแผนในระยะสั้นและระยะยาว
2 จงอธิบายแนวโน้มของการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
ตอบ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องการทำเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะนำมาใช้ร่วมกับระบบสารสนเทศที่กำลังได้รับการพัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จากแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอาทิเช่น ชิปอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยเก็บ สภาพแวดล้อมเชิงอ็อบเจกต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง คอมพิวเตอร์แบบควอนตันนาโนเทคโนโลยี ซึ่งยังมีแนวโน้มของเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายในหลากหลายรูปแบบ อาทิ อินเทอร์เน็ตและเว็บ อินทราเน็ต เอกซ์ทราเน็ต คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และการพาณิชย์เคลื่อนที่ ศูนย์รวมวิสาหกิจ  ที่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในอนาคต เป็นต้น

3 จงยกตัวอย่างการใช้แผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซ
ตอบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่นิยมนำมาใช้ในแผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซนั้นมักใช้ในองค์การที่เล็งเห็นความสำคัญในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลและการเรียกใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคตยังมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีฐานข้อมูลเชิงวัตถุและฐานข้อมูลหลายมิติมาใช้งานทางธุรกิจร่วมกับเทคโนโลยีโกดังข้อมูล และเทคโนโลยีเหมืองข้อมูลเป็นต้น
4 หน่วยงานของรัฐบาลมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในลักษณะใด
ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยงานต่างๆ ในสำนักงานในรูปของสำนักงานอัตโนมัติ เช่น งานสารบรรณ งานจัดทำเอกสารและจัดส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail) งานแฟ้มเอกสาร งานบันทึกการนัดหมายผู้บริหาร ในรูปแบบ IT Office เป็นต้น
5 จงระบุถึง ผลประโยชน์ที่องค์การควรจะได้รับ อันสืบเนื่องมาจากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ
ตอบ ประโยชน์ที่องค์การจะได้รับ จากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจคือ การติดต่อสื่อสารที่ดี และการสูญเสียทรัพยากรให้น้อยลง และก่อให้เกิดสภาพสำนักงานไร้กระดาษ และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของแต่ละบุคคลได้ ทั้งยังเป็นการธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี ที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิต และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์การในสายตาของผู้บริโภค
6 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ขององค์การขนาดเล็กจะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง
ตอบ 1 ระบบพร้อมสรรพ คือ ซอฟต์แวร์ที่จะได้รับการพัฒนาอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์และผ่านการทดสอบโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมที่จะติดตั้งใช้งานได้ทันที
2 ระบบแกนหลักคือ ซอฟต์แวร์ประกอบด้วยโครงสร้างของระบบพื้นฐานโดยมีการวางโปรแกรมตรรกะของการประมวลผลใช้ล่วงหน้า และผู้ขายจะต้องทำการออกแบบในส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า



7 ข้อได้เปรียบของการใช้บริการภายนอก เพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นใช้ในองค์การคืออะไร
ตอบ ในการใช้บริการภายนอก (Outsourcing) เป็นรูปแบบของการจัดจ้างองค์การภายนอกให้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ มักจัดอยู่ในรูปแบบของการสนับสนุนจากผู้ขาย ซึ่งก็คือ ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ถูกสั่งทำขึ้น โดยผ่านการออกแบบ การทำให้เกิดผลและการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า  ทางเลือกของระบบนี้คือ งานบริการทางกฎหมาย ที่มีความต้องการของระบบที่ซับซ้อน และไม่จำเป็นต้องสงวนรักษาพนักงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์จะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ ซึ่งเป็นการใช้ทีมงานพัฒนาระบบจากภายนอกองค์การ
8 วิธีการพัฒนาระบบรูปแบบใดที่สอดคล้องกับวิธีการพัฒนาระบบจากบนลงล่าง
ตอบ วิธีการพัฒนาระบบทั้ง 5 วิธี ไม่ว่าจะเป็น วิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก วิธีการพัฒนาโดยใช้ต้นแบบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว วิธีการพัฒนาแบบยืดหยุ่น วิธีการพัฒนาระบบแบบร่วมมือ ล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับวิธีจากบนลงล่างทั้งสิ้น
9 วิธีการพัฒนาระบบแบบใด ที่เน้นความร่วมมือของผู้ใช้การพัฒนาระบบมากที่สุด
ตอบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว
10 เพราะเหตุใดการใช้แบบจำลองน้ำตกจึงถือเป็นการพัฒนาระบบแบบดั้งเดิม
ตอบ เพราะวิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีรูปแบบดังนี้คือ แบบอนุรักษ์ แบบตรวจทาน และรูปแบบเหลื่อม ซึ่งทั้งสามเป็น รูปแบบใช้ขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาระบบมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลองทั้ง สามรูปแบบ
11 เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลมักใช้ในขั้นตอนใดของการพัฒนาระบบ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้และทีมงานพัฒนาระบบอย่างไร
ตอบ เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูล เป็นเครื่องมือ ที่นิยมนำมาใช้ในการวิเคราะห์ระบบเชิงโครงสร้างเพื่อแสดงทิศทางการส่งผ่านข้อมูลในระบบ ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลรับเข้าและข้อมูลส่งออกกับกระบวนการ ที่บ่งชี้ถึงขั้นตอนการทำงานของระบบ แต่ไม่สื่อให้เห็นถึงวิธีประมวลผลของระบบ  ซึ่งแผนภาพกระแสเป็นเอกสารที่มักถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน อีกทั้งยังสามารถดำเนินการพัฒนาระบบจนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

12 จงเขียนแผนภาพกระแสงานของระบบนักเรียนนักศึกษา ในส่วนของ การลงทะเบียนเรียนการเข้าชั้นเรียน ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียน
            ตอบ

,ที่มา นางสาวรมฤดี เกษแก้ว เลขที่ 3 สาขา การจัดการ SME

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น